KU VPN ใน Ubuntu 9.10

Posted On วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2009

Filed under Uncategorized
ป้ายกำกับ: , ,

Comments Dropped leave a response

เนื่องด้วยเจ้าโคอาล่ามีกรรม(Karmic Koala) นั้นเพิ่งจะคลอดออกมา (ไม่ได้เป็นญาติกับหลินฮุ่ยหรือลิ้นห้อยแต่ประการใด…) แล้ว GUI ใหม่ของ VPN มันก็เลยเปลี่ยนไปนิดหน่อย บางคนอาจจะไม่คุ้นกัน (ที่จริงมันแปลเป็นภาษาคนมากขึ้น ฮ่าๆ)

ขั้นตอนการติดตั้ง
1.ก่อนอื่นเลยก็เข้าไปโหลดไฟล์ Cer จาก https://vpn.ku.ac.th โหลดมาแล้วก็แตกไฟล์ออกมาซะ ข้างในจะมีไฟล์ bxxxxx@yyy.crt,bxxxxx@yyy.key,bxxxxx@yyy.ovpn และ ca.crt เอาไปไว้ซักที่
2.แล้วก็ต้องติดตั้งโปรแกรม 2 ตัวครับ openvpn,network-manager-openvpn จะลงด้วยวิธีใดก็สุดแล้วแต่ความถนัดเลยนะครับ ส่วนผมก็
sudo apt-get install openvpn network-manager-openvpn
ใครไม่ถนัดก็ System -> Administration -> Synaptic Package Manager

3.หลังจากนั้นก็เข้ามาตั้งค่า vpn ที่ network applet ที่มุมบนขวาเลยครับ  Network Applet

4.คลิกเข้าไปที่ VPN Connection->Configure VPN

Configure VPN5.จะได้หน้าต่างใหม่ขึ้นมา ที่แท็บ VPN กด Add แล้วจะมีหน้าต่างเล็กเด้งมาอีกกด Create

Add New VPN6.หน้าต่างใหม่จะขึ้นมาก็ใส่ข้อมูลดังนี้

Configure Connection

  • Connection name ก็ตั้งชื่อ Connection เช่น KU VPN
  • Gateway ใส่ nisit.vpn.ku.ac.th
  • Security Type เป็น Password with Certificates
  • Username ก็ใส่ Nontri Account ลงไป
  • Password ก็ใส่รหัสนนทรี
  • User Certificate ก็กดเลือกไฟล์ bxxxx@bkn.crt
  • CA Certificate ก็กดเลือกไฟล์ ca.crt
  • Private Key ก็กดเลือกไฟล์ bxxxx@bkn.key
  • Private Key Password ปล่อยว่าง
  • สุดท้ายก็กดปุ่ม Advanced แล้วติ๊กเลือก use LZO Data Compression กับ use a TAP device
ขั้นตอนการใช้งาน
1.กดที่ Network Applet ที่เดิม  VPN Connection-> ชื่อ Connection ที่ตั้งไว้เมื่อกี้
connect2.ระหว่างนี้ก็รอตอนมันกำลังต่อ
Connecting3. กดอนุญาตให้เก็บใน keyring
8
4. ต่อติดแล้ว

Connected

credit : ploysics

Let’s report Bugs

Posted On วันอังคารที่ 30 กันยายน 2008

Filed under Uncategorized
ป้ายกำกับ: , ,

Comments Dropped leave a response

แจ้งบั๊กกันเถอะ

วันนี้ผมตื่นมาแต่เช้าเลยครับ เจ็ดโมงก็ตื่นแล้ว ทั้งๆที่วันสอบแปดโมงแล้วยังไม่อยากตื่นเลย(สอบเก้าโมง)  ตื่นมาก็ไม่รู้จะทำไรดีเลยแจ้งบั๊กดีกว่า วันนี้แจ้งไปสองตัวเลย

ส่วนบั๊กอื่นๆที่ผมเคยแจ้งไปก็มี

ทำไมต้องแจ้งบั๊ก?
ก็เพื่อให้ผู้พัฒนาได้ทราบถึงข้อผิดพลาดแล้วดำเนินการแก้ไขต่อไป บั๊กบางตัวคนอื่นอาจจะไม่เจอเหมือนเราหรือเจอช้ากว่าเรา ก็เลยต้องช่วยกันแจ้ง แจ้งไปแล้วจะมีคนหลายคนที่เป็นผู้ใช้แบบเราคอยอ่านแล้วก็แนะนำวิธีแก้ที่ถูกต้อง หากแก้ไม่ได้จริงๆ ทีมพัฒนาจะแก้ที่ตัวซอฟท์แวร์รุ่นถัดไปเลย ซึ่งบั๊กบางตัวเราอาจจะไม่แน่ใจว่าจะเป็นบั๊กจริงหรอ หรือว่าเราโง่เองนะ (นั่นดิ) ผมว่าแจ้งไปดีกว่าครับ ถ้าไม่ใช่บั๊ก ก็ต้องคนที่เค้ารู้มาตอบหรือบอกวิธีใช้ที่ถูกให้กับเรา ยิ่งมีคนแจ้งบั๊กมากๆทีมพัฒนาจะได้เร่งแก้ไขได้เร็ว
ที่สำคัญพวกบั๊กเกี่ยวกับภาษาไทย ถ้ามีคนแจ้งไปเยอะ เขาจะได้รู้ว่ามีคนไทยใช้เยอะ การรองรับภาษาไทยของซอฟท์แวร์หลายๆตัวก็จะมีเพิ่มเข้ามามากขึ้น เห็นมั้ยว่ามีแต่ประโยชน์กับเราทั้งนั้น แค่สละเวลาแค่ไม่กี่นาทีเอง
ผมแจ้งบั๊กเป็นครั้งแรกก็ตอนที่ Ubuntuclub.com มาแจ้งบั๊กกันที่ภาควิชานี่แหละครับ แต่หลังจากนั้นผมก็ไม่ค่อยได้แจ้งไปเท่าไหร่ จนคุณ sugree มาพูดที่ภาควิชาอีกนั่นแหละ งาน SFD ของ sun ที่ krajung เป็นคนจัด(Sun University Ambassador)  หลังจากนี้ผมก็คงจะแจ้งบั๊กบ่อยขึ้น (ไม่บ่อยก็ดีนะ ไม่ค่อยอยากเจอบั๊ก )  ^_^